ข้อควรระวังในการใช้กระเป๋าหนัง ที่คนชอบเครื่องหนังควรรู้

รู้หรือไม่ว่ากระเป๋าของคุณ อาจจะไม่สวยเหมือนเดิม หากคุณไม่รู้วิธีดูแลกระเป๋าหนังใบโปรดของคุณอย่างถูกต้อง กระเป๋าทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าสตางค์, กระเป๋าถือ, กระเป๋าสะพาย, กระเป๋าเป้, ฯลฯ

หากเราใช้งานอย่างไม่ระมัดระวังจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง แม้ว่ากระเป๋าของคุณจะผลิตมาจากหนังแท้ ที่ทนต่อสภาพแวดล้อมมากขนาดไหนก็ตาม แต่หากคุณใช้อย่างไม่ระวัง ก็อาจจะทำให้กระเป๋าของคุณเสียหายไปด้วย วันนี้เราจะมาดูว่ามีอะไรบ้างที่เป็นข้อควรระวังในการใช้กระเป๋าที่ทำจากหนังแท้

ข้อควรระวังในการใช้กระเป๋าหนังมีอะไรบ้าง

การใช้กระเป๋าหนังก็มีข้อควรระวังมากมาย ข้อควรระวังที่เราจะเขียนขึ้นมานั้นก็เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่เรามักจะพบเจอในชีวิตประจำวันดังนั้น เรามาดูสิ่งที่เราต้องระวังในการใช้กระเป๋ากัน

1. ระวังอย่าให้มือเลอะตอนถือกระเป๋า

ข้อนี้เหมือนจะทำยาก แต่ความจริงแล้วไม่ต้องไปกังวลมากมายขนาดนั้น ความหมายของคำว่าเลอะของเราคือ ให้ระวังตอนมือของคุณมีของเหลวชนิดต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้กระเป๋าของคุณเลอะและสกปรกได้

เช่น หมึกจากปากกา, ฝุ่นหรือดิน, น้ำมัน, สีชนิดต่าง ๆ  เนื่องจากสิ่งพวกนี้อาจจะทำให้กระเป๋าของคุณเลอะไปด้วย และทำความสะอาดได้อย่างลำบากจึงควรหลีกเลี่ยงและตรวจเชคทุกครั้งก่อนใช้งานว่ามือของคุณนั้นเลอะหรือไม่

2. ระวังของมีคมทุกชนิด

อันนี้มีหลายคนพลาดมาเยอะแล้ว อุตสาห์ออมเงินซื้อกระเป๋ามาตั้งนาน สุดท้ายมาพลาดโดนมีดหรือปลายกรรไกรข่วนทำให้เป็นรอย ซึ่งหากโดนเป็นลอยลึก ๆ อันนี้จะทำให้มีตำหนิที่ไม่น่ามองเลยทีเดียว

หลาย ๆ คนอาจจะมีความเชื่อผิด ๆ ว่า หากเราใช้กระเป๋าที่ทำจากหนังแท้ดี ๆ มีความทนทานสูงอย่าง กระเป๋าหนังวัว, กระเป๋าหนังควาย, กระเป๋าหนังจระเข้, กระเป๋าหนังปลากระเบน ไม่ต้องกลัวเรื่องรอยขีดข่วนที่มาจากของมีคม

เรากล้าพูดได้เลยว่าหนังทุกชนิด มีผิวที่ไม่แข็งแรงอย่างที่คุณคิดไว้ บางครั้งไม่ต้องอะไรมาก ขอบโต๊ะที่เป็นมุมเหลี่ยม ๆ  หากคุณเดินไปสะกิดโดนก็เป็นรอยได้แล้ว แล้วนับประสาอะไรกับมีดหรือปลายกรรไกรที่แหลมและคมกว่า

3. ระวังอย่าให้หนังแท้เปียกน้ำนาน ๆ

หนังแท้แม้ว่าจะกันน้ำได้ส่วนหนึ่ง เนื่องจากใช้สารเคมีเคลือบบนชั้นของหนังไว้ ซึ่งสารเคมีพวกนี้จะถูกเคลือบมาจากโรงงานฟอกหนังเลย แต่ก็ไม่ใช่ว่าหนังแท้ทุกชนิดจะมีการเคลือบนะ  หนังบางชนิดจะไม่นิยมเคลือบสารกันน้ำพวกนี้

เพราะต้องการให้คงสภาพความสวยงามของลวดลายหนังสัตว์ให้ชัดเจน หนังประเภทนี้ก็เช่น หนังฟอกฝาด, หนังชามัวร์, หนังอัดลายช้าง  ซึ่งจะไม่นิยมเคลือบสารกันน้ำ

แม้ว่าน้ำจะไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อสภาพผิวของหนัง แต่น้ำจะทำให้ชั้นของหนัง มีความนิ่มและอ่อนตัวลง  หากแช่น้ำนาน ๆ หรือเอาไปซัก ก็อาจจะทำให้กระเป๋า มีรูปทรงที่บิดเบี้ยวไปจากเดิมได้

และอีกสาเหตุหนึ่งคือหากกระเป๋าของคุณเปียกน้ำ มันจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดเชื้อราขึ้นในกระเป๋าของคุณได้ มันจะไม่เห็นผลในทันทีแต่มันจะแอบไปขึ้นตามซอกเล็ก ๆ ซึ่งหากขึ้นราแล้วจะทำความสะอาดยากพอสมควร

4. ระวังเรื่องการทำความสะอาดด้วยสารเคมี

หนังแต่ละชนิดมีการดูแลรักษาที่ไม่เหมือนกัน เพราะการฟอกหนังแต่ละชนิดเป็นสูตรเฉพาะตัวของโรงฟอกหนัง ดังนั้นการทำความสะอาดด้วยสารเคมีบางตัว โดยเฉพาะครีมที่มีฤทธิ์กัดกร่อน หากใช้มากเกินไปหรือถูแรงเกินไป สีกระเป๋าของคุณอาจจะด่างได้

ดังนั้นหากมีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีจริง ๆ ควรทดลองเช็ดในบริเวณจุดที่มองไม่ค่อยเห็นก่อน ว่าเช็ดออกมาแล้วสีด่างไหม แต่หากให้แนะนำควรปรึกษาร้านกระเป๋าที่ซื้อมาก่อนว่าใช้น้ำยาตัวนี้ได้ไหม

5. ระวังเรื่องแสงแดดและความร้อน

แม้ว่าหนังที่มาจากหนังสัตว์จะทนต่อความร้อนได้สูงมากก็ตาม แต่ในสภาพอากาศที่ร้อนมาก ๆ อย่างประเทศไทย และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นในทุก ๆ ปี ทำให้แสงแดดแรงขึ้นมาก

แสงแดดจะมีผลต่อสภาพของกระเป๋าเป็นอย่างมาก  โดยจะมีผลทำให้สารเคมีที่เคลือบอยู่บนผิวของหนังเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว ทำให้สีกระเป๋าของคุณที่เคยเงางามกลับซีดจางลงไป

หรือกระเป๋าบางใบหากทำจากหนังที่ไม่ค่อยจะมีคุณภาพ หรือหนังเกรดต่ำ หากถูกแดดนาน ๆ ก็อาจจะมีผลทำให้หนังแห้งและกรอบ ทำให้ความยืดหยุ่นในตัวของกระเป๋าหายไป

และที่สำคัญที่สุดอะไหล่ที่อยู่บนตัวกระเป๋าของคุณจะเริ่มมีสีที่เปลี่ยนไปจากเดิม โรงงานทำกระเป๋าบางราย นิยมใช้อะไหล่ราคาถูกจากประเทศจีน ทำให้อะไหล่พวกนี้โดนแดดแล้วสีลอก สีเปลี่ยนเร็วมาก