ความเป็นมาของการผลิตกระเป๋าหนังแท้

ใช้กระเป๋าหนังมันมาเยอะแล้ว คุณรู้ไหมว่าหนังแท้ ที่นำมาผลิตกระเป๋านั้นมีความเป็นมายาวนานมาก โดยนับตั้งแต่อดีตมนุษย์เราก็ใช้ประโยชน์จากหนังสัตว์มาโดยตลอ ดสงสัยไหมกระเป๋าหนัง นั้นมีความเป็นมาอย่างไร ในอดีตที่ผ่านมา บรรพบุรุษของมนุษย์เราได้ใช้หนังสัตว์เพื่อปกป้องตัวเองจากสิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายมานานมากแล้ว ในสมัยโบราณ มักจะมีการล่าสัตว์เพื่อเป็นอาหาร ส่วนหนังของสัตว์ที่ล่ามาได้ก็จะนำมาใช้เป็นเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า

กาลเวลาผ่านไปมนุษย์ก็ได้วิวัฒนาการในการใช้เครื่องหนัง ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น เช่น การทำกระเป๋าหนังแท้ การทำเข็มขัด หมวก เฟอร์นิเจอร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย หลักฐานการใช้เครื่องหนังในสมัยโบราณนั้นต้องย้อนไปถึง 5000 ปี ก่อน คริสต์ศักราช

หลักฐานการค้นพบการใช้หนังสัตว์
ซึ่งมีการค้นพบภาพวาดฝาผนังในสุสานอียีปต์โบราณ ในภาพวาดฝาหนังนั้น มีหลักฐานการบ่งบอกถึงการใช้ประโยชน์จากหนังสัตว์อย่างมากมายและหลากหลาย เช่น รองเท้า, เสื้อผ้า, ถุงมือ รวมไปถึงผ้าห่อศพที่ใช้สำหรับห่อศพผู้ที่ตายแล้ว

ส่วนการฟอกหนังนั้น มีหลักฐานที่เป็นที่ยอมรับในกรีซ เมื่อประมาณ 500 ปีก่อน โดยเป็นการฟอกหนังโดยการนำหนังสัตว์ไปแช่ในน้ำผสมกับเปลือกต้นไม้เพื่อรักษาคุณภาพหนังให้มีคุณภาพและไม่เน่าเปื่อย

ยุคเริ่มต้นของวงการเครื่องหนังโลก
เนื่องจากหนังที่ทำจากหนังสัตว์มีความทนทาน และสร้างประโยชน์อย่างมากให้กับมนุษย์ ดังนั้น วิวัฒนาการของการฟอกหนังจึงได้มีการพัฒนามาตลอดเวลา โดยที่ยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดคือศตวรรษที่ 18 ถึง ศตวรรษที่ 19

เนื่องจากยุคนั้นเป็นยุคแห่งอุตสาหกรรม จึงทำให้การฟอกหนังมีพัฒนาการที่ก้าวกระโดด จากหนังที่เคยแข็ง ไม่นุ่ม ก็เริ่มที่จะมีการผลิตหนังที่นุ่มและมีน้ำหนักที่เบาขึ้น โดยหนังที่นิยมนำมาฟอกและใช้ในวงการเครื่องหนังมากที่สุดคือ หนังวัวเนื่องจากมีราคาไม่แพงและสวย

สีของหนังที่จากเดิมมีแต่สีธรรมชาติ ก็เริ่มมีการนำมาย้อมสร้างสีสรร เพื่อให้เกิดความโดดเด่น พอหนังเริ่มแพร่หลายมากขึ้นก็เกิดอุตสหกรรมที่เกี่ยวกับเครื่องหนังมากมาย เช่น โรงานผลิตเสื้อผ้าหนัง โรงงานกระเป๋าหนัง โรงงานทำเบาะรถหนัง โรงงานทำรองเท้าหนัง รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นในช่วงนี้เช่นกัน

ในปัจจุบันการฟอกหนังแท้ จะแบ่งเป็น 2 แบบคือ

1. การฟอกโครม ( Chrome )

เป็นวิธีการฟอกหนังที่เรียกได้ว่า ยอดนิยมที่สุด หากตีเป็น % ก็ประมาณ 80-90 % ของหนังที่ผลิต จะใช้วิธีการฟอกหนังแบบนี้ สาเหตุที่วิธีการฟอกหนังแบบนี้ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากความรวดเร็วของการฟอก ซึ่งใช้เวลาน้อยมากเพียง 1-3 วันก็จะได้หนังที่ฟอกเสร็จ พร้อมจะเข้าไปสู่กระบวนการต่อไปในทันที

การฟอกแบบโครมนั้นมีข้อดีคือ หนังจะสวยกว่าการฟอกแบบธรรมชาติ ส่วนข้อเสียที่เห็นได้ชัดคือ เนื่องจากมีการใช้สารเคมีในการช่วยฟอก ดังนั้นจึงไม่ค่อยจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสักเท่าไหร่

2. การฟอกฝาด ( Vegetable Tanning)

เป็นการฟอกโดยการใช้สารที่มีอยู่ในธรรมชาติมาใช้ในการฟอกหนัง โดยสารที่ว่านั้นคือ แทนนิน ( Tannin ) ซึ่งเป็นสารสกัดมาจากส่วนต่าง ๆ ของพืช โดยที่วิธีการฟอกแบบนี้ไม่ค่อยนิยมมากนัก เนื่องจากระยะเวลาที่ใช้ในการฟอกที่นานมาก

อาจจะใช้เวลา 1-3 เดือนเลยทีเดียว กว่าจะทำให้หนังมีคุณภาพดีและนุ่ม ดังนั้นจึงทำให้หนังฟอกฝาดมีราคาที่แพงมาก แต่ข้อดีของหนังฟอกฝาดคือ เป็นการฟอกแบบไม่ใช้สารเคมี เรียกง่าย ๆ ฟอกธรรมชาติ ดังนั้น หนังฟอกฟาดจึงเป็นหนังคุณภาพสูงที่เป็นมิตรกับคนใช้และสิ่งแวดล้อมมาก

ปัจจุบัน 50 % ของหนังสัตว์ได้นำมาใช้เป็นกระเป๋าและรองเท้า ส่วนอีกที่เหลือก็แบ่งกันไปตามสัดส่วนที่เล็กน้อย เครื่องหนังได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ไปแล้ว ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเรามักจะเห็นเครื่องหนังอยู่ใกล้ ๆ รอบตัวเราเสมอ